Tuesday, 22 June 2021

มาดูวัคซีนโควิดแบบพ่นจมูก อีกหนึ่งทางเลือกจากอินเดีย – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก

11 Jun 2021
17


มาดูวัคซีนโควิดแบบพ่นจมูก อีกหนึ่งทางเลือกจากอินเดีย

วันที่ 11 มิ.ย. 2564 เวลา 19:00 น.

วัคซีนต้านโควิด-19 แบบพ่นจมูกทำงานอย่างไร และประสิทธิภาพจะเท่าเดิมหรือไม่

นเรนทระ โมที (Narendra Modi) นายกรัฐมนตรีอินเดียกล่าวว่าอินเดียกำลังพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 ทางเลือกใหม่ในรูปแบบสเปรย์พ่นจมูกซึ่งหากสำเร็จจะเป็นการผลักดันและกระตุ้นการฉีดวัคซีนของประชาชนได้เป็นอย่างมาก และความก้าวหน้าครั้งใหม่นี้อาจทำให้สเปรย์พ่นจมูกเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19

ข้อมูลเบื้องต้นของวัคซีน

วัคซีนดังกล่าวมีชื่อว่า BBV154 ได้รับการพัฒนาโดย Bharat Biotech บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของอินเดีย โดยเริ่มต้นพัฒนาเมื่อปีที่แล้วและพบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อในหนูทดลอง

ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการทดลองระยะที่ 1 โดยใช้อาสาสมัคร 75 คน และจะต้องส่งข้อมูลด้านความปลอดภัยและภูมิคุ้มกันเพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาก่อนดำเนินการทดลองในระยะที่ 2 โดยคาดว่าจะสามารถเปิดตัววัคซีนภายในสิ้นปีนี้

การทำงานของวัคซีน

การทำงานของวัคซีนเหมือนกับสเปรย์พ่นจมูกคือเป็นการพ่นยาไปยังทางเดินหายใจโดยตรง ซึ่งไวรัสส่วนใหญ่รวมถึงไวรัสโคโรนาอันเป็นสาเหตุของโควิด-19 มักจะเข้าสู่ร่างกายผ่านทางจมูกและก่อตัวขึ้นในโพรงจมูกก่อนที่จะแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายรวมถึงปอด

วัคซีนดังกล่าวจึงจะช่วยสกัดกั้นไวรัสและสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับไวรัสจึงถูกมองว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน

ดีกว่าแบบฉีด?

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าวัคซีนกำหนดเป้าหมายไปยังจมูกซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการติดเชื้อ ดังนั้นจึงจะช่วยยับยั้งไวรัสไม่ให้แพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย นอกจากนี้ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Cell ระบุว่าทำให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันอย่างกว้างขวางมากขึ้น

แพทย์กล่าวว่าวัคซีนแบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อที่ใช้อยู่ในปัจจุบันกระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันโดยการผลิตแอนติบอดี Immunoglobulin G (IgG) ซึ่งไม่สามารถกระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันจากเยื่อเมือก

แต่วัคซีนแบบพ่นจมูกนี้จะสร้าง “ภูมิคุ้มกันเยื่อเมือก” หรือแอนติบอดี Immunoglobulin A (IgA) ในบริเวณที่มีการติดเชื้อไวรัสอย่างเช่นจมูกและช่องปาก ซึ่งจะช่วยลดความสามารถในการทำให้เกิดการติดเชื้อของไวรัสและช่วยลดการแพร่กระจายของไวรัส

กล่าวคือสามารถสร้างการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันในจมูกซึ่งเป็นบริเวณที่มักมีการติดเชื้อไวรัส เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสแพร่กระจายไปยังปอด

เพิ่มความสะดวก-ลดต้นทุน

โซเมีย สวามินาธาน (Soumya Swaminathan) หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) และกุมารแพทย์ชาวอินเดียกล่าวว่าวัคซีนชนิดพ่นจมูกซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการทดองอาจเป็นจุดเปลี่ยนในการฉีดวัคซีนสำหรับเด็ก

นอกจากนี้ยังลดการใช้เข็มฉีดยาและการทำงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการฉีดวัคซีนอีกด้วย

สถานการณ์การแพร่ระบาดในอินเดีย

ขณะนี้อินเดียมีตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลกำลังเร่งฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดระลอกที่ 3 โดยนายกรัฐมนตรีอินเดียระบุว่าขณะนี้มีประชาชนกว่า 230 ล้านคนในอินเดียได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว

อย่างไรก็ตามอินเดียกำลังเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนวัคซีนและได้เรียกร้องให้มีความร่วมมือระดับโลกในการจัดหาวัคซีน “เมื่อเทียบกับความต้องการวัคซีนทั่วโลกในปัจจุบัน จำนวนประเทศที่ผลิตวัคซีนและบริษัทที่ผลิตวัคซีนนั้นน้อยมาก ลองนึกภาพถ้าเราไม่มีวัคซีนที่ผลิตในอินเดียตอนนี้จะเกิดอะไรขึ้น” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังเผยอีกว่ามีบริษัท 7 แห่งในอินเดียกำลังผลิตวัคซีนประเภทต่างๆ ขณะที่วัคซีน 3 ชนิดกำลังอยู่ในขั้นทดลอง

ที่มา: indiatoday, india.com, businessinsider

ภาพประกอบ: วัคซีนชนิดพ่นจมูกสำหรับไวรัส H1N1 ในปี 2009 โดย Tim SLOAN / AFP



สินค้าและบริการ

เกมส์และกีฬา