Thursday, 24 September 2020

พระสมเด็จปิลันทน์ พิมพ์จิ๋ว วัดระฆังโฆสิตาราม – โพสต์ทูเดย์ ธรรมะ


พระสมเด็จปิลันทน์ พิมพ์จิ๋ว วัดระฆังโฆสิตาราม

วันที่ 13 ก.ย. 2563 เวลา 13:20 น.

โดย…อาจารย์ชวินทร์ [email protected]        

******************************

วันนี้กลับมาชมพระเครื่องสวยดูง่ายกันอีกองค์ หลังจากที่ผู้เขียนห่างหายไปเพราะหน้าที่การงาน มาชม พระปิลันทน์ พิมพ์จิ๋วเนื้อใบลาน ซึ่งจัดสร้างโดย พระพุทธบาทปิลันทน์ วัดระฆังโฆสิตาราม กันครับ

เหตุที่มีชื่อเรียกว่าพระปิลันทน์จิ๋วนั้นก็มาจากขนาดขององค์พระซึ่งเล็กมาก จากขนาดความกว้าง 1 เซนติเมตร สูง 1.2 เซนติเมตรเท่านั้น

จุดพิจารณาของ พระปิลันทน์นั้นเริ่มจากการพิจารณาคราบไขจากการลงกรุ เป็นคราบไขที่มองเหมือนไขวัวที่เกาะตามพื้นผิว คราบไขต้องมันวาวไม่แห้งกระด้าง เป็นจุดตายที่ทำให้ดูง่าย มวลสารต้องแห้งเก่าครับ

พระปิลันทน์ จัดเป็นพระเนื้อผงที่มีส่วนประกอบสำคัญอยู่ 3 ส่วนได้แก่ ปูนเปลือกหอยเป็นส่วนผสมหลัก,ส่วนผสมของใบลานเผาโดยการนำใบลานมาลงอักขระแล้วนำไปเผาไฟ และ มีผงวิเศษทั้งห้าคือ ผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงตรีนิสิงเห ผงพุทธคุณ ผงมหาราช ตามตำรับ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) เป็นต้น

พระปิลันทน์ จากวัดระฆังนี้สร้างโดย หม่อมเจ้าสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( ทัด เสนีวงศ์) ในสมัยที่ท่านดำรงสมณศักดิ์ที่ พระพุทธุปบาทปิลันทน์ เป็นพระเนื้อผงใบลานเผาส่วนใหญ่ ที่สร้างเป็นผงเนื้อขาวเหมือนสมเด็จวัดระฆัง ก็มี แต่มีจำนวนน้อยมาก วรรณะของพระปิลันทน์ที่สร้างจากผงผสมใบลานเผาจึงออกสีเทาอมดำ หรือเขียวอมดำ ปรากฏคราบกรุลักษณะไขขาวเกาะตามพื้นผิว และพระที่พบส่วนมากจะลงกรุ แต่ก็มีอีกจำนวนหนึ่งไม่ได้ลงกรุ

หม่อมเจ้าสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( ทัด เสนีวงศ์) ท่านทรงเป็นศิษย์ใกล้ชิดของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สันนิษฐานว่าทรงสร้างพระสมเด็จปิลันทน์ ขึ้นมา เมื่อ พ.ศ.2407 ซึ่งในช่วงนั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ได้ชราภาพมากแล้ว

พระเครื่องสองสมเด็จ เป็นอีกชื่อเรียกหนึ่งของพระปิลันทน์ เพราะสันนิษฐานกันว่า หม่อมเจ้าพระพุทธุปบาทปิลันทน์(สมณศักดิ์ขณะนั้น) ได้อาราธนาให้เจ้าประคุณสมเด็จฯ ร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกและขอผงวิเศษของเจ้าประคุณสมเด็จฯ มาเป็นมวลสารหลักด้วย

พิมพ์พระเครื่องของพระปิลันทน์ มีจำนวนมาก ที่จำแนกพิมพ์ออกมาคือ

พระพิมพ์ปิดตาเป็นอีกพิมพ์ที่หาชมได้ยาก 

พระพิมพ์ซุ้มประตู

พระพิมพ์ครอบแก้วใหญ่

พระพิมพ์ครอบแก้วเล็ก

พระพิมพ์เปลวเพลิงใหญ่

พระพิมพ์เปลวเพลิงกลาง

พระพิมพ์เปลวเพลิงเล็ก

พระพิมพ์สี่เหลี่ยมปรกโพธิ์ใหญ่-กลาง-เล็ก

พระพิมพ์ปฐมเทศนา

พระพิมพ์โมคคัลลาน์ – สารีบุตรและ พระปิลันทน์จิ๋ว เป็นต้น

ด้านพุทธคุณนั้นเน้นเมตตามหานิยมและ แคล้วคลาด คงกระพัน

พระปิลันทน์เริ่มแตกกรุครั้งแรกจากพระเจดีย์องค์หนึ่ง โดยคนร้ายได้ลักลอบขุดเจาะพระเจดีย์ที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพระอุโบสถวัดระฆังฯ เมื่อปี 2471 เมื่อกรุแตกมีคนนำพระไปให้พระธรรมถาวรพิจารณา ท่านจำได้ว่าเป็นพระของหม่อมเจ้าสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( ทัด เสนีวงศ์) ได้สร้างไว้สมัยยังดำรงตำแหน่ง พระพุทธุปบาทปิลันทน์ หลังจากนั้นทางวัดจึงได้เปิดกรุ และนำพระสมเด็จปิลันทน์บางส่วนมอบให้กระทรวงกลาโหมเพื่อแจกจ่ายให้กับทหารที่ออกรบในศึกอินโดจีนในช่วงนั้น

สมเด็จพระพุฒาจารย์ มีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าทัด เสนีย์วงศ์ เป็นพระโอรสใน กรมหลวงเสนีย์บริรักษ์ ( พระองค์เจ้าแดง ) ในกรมพระราชวังบวรสถานภิมุข ( วังหลัง ) ประสูติเมื่อปี พ.ศ.2364 ตรงกับวันพุธแรม 9 ค่ำ เดือน 11 ปีมะเมีย ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2

พ.ศ.2413 ได้เป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ แทน สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี )ซึ่งชราภาพแล้ว และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังภายหลังที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี )มรณภาพในปีพ.ศ.2415

หม่อมเจ้าสมเด็จพระพุฒาจารย์( ทัด เสนีวงศ์)  มรณภาพ เมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 7 ปีชวด ตรงกับวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2443